งานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานเกือบทุกเรื่องไม่ได้แพ้ชนะกันที่คำถามว่าผิดหรือไม่ผิด เพราะโดยมากผู้รับเหมาก็รู้ตัวว่างานไม่เรียบร้อย แต่จะอ้างว่าเจ้าของบ้านสั่งเปลี่ยนแบบเอง อ้างว่าวัสดุที่เจ้าของหามาให้ไม่ได้คุณภาพ หรือหายเงียบไปเฉย ๆ จุดที่ทำให้เจ้าของบ้านเสียเปรียบจริง ๆ คือลำดับขั้นตอน หลายคนโมโหแล้วจ้างช่างใหม่มาทุบแก้ทันที พอไปฟ้องเรียกเงินคืนกลับพิสูจน์อะไรไม่ได้ เพราะของกลางถูกรื้อไปแล้วและไม่เคยบอกกล่าวผู้รับเหมาเป็นลายลักษณ์อักษรเลยสักครั้ง บทความนี้เรียงให้ดูว่ากฎหมายให้สิทธิอะไรบ้าง และต้องทำอะไรก่อน-หลัง สิทธิถึงจะยังอยู่ครบ

งานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน กฎหมายมองว่าเป็นเรื่องอะไร

การจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้าน ต่อเติม หรือรีโนเวท เป็น สัญญาจ้างทำของ ตาม มาตรา 587 คือสัญญาที่ผู้รับจ้างตกลงทำงานชิ้นหนึ่งจนสำเร็จ และผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายสินจ้างให้เมื่องานสำเร็จ หัวใจอยู่ที่คำว่า "จนสำเร็จ" เพราะผู้รับเหมาไม่ได้ขายแรงงานเป็นวัน แต่รับปากส่งมอบผลงานที่ใช้การได้ตามแบบ

เมื่องานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน กฎหมายเรียกสภาพนั้นว่า ความชำรุดบกพร่อง และให้ผู้รับจ้างต้องรับผิด ไม่ต้องพิสูจน์ว่าผู้รับเหมาจงใจหรือประมาท เพียงพิสูจน์ว่างานที่ส่งมอบไม่ตรงกับที่ตกลงกันไว้ก็พอ เช่น พื้นเอียงจนน้ำไม่ไหลลงท่อ ผนังร้าวเป็นแนวยาวภายในไม่กี่เดือน หลังคารั่วซ้ำจุดเดิม เหล็กเสริมน้อยกว่าแบบที่วิศวกรเซ็น หรือใช้วัสดุคนละเกรดกับที่ระบุใน BOQ อาการที่คนมักเรียกกันว่า "ผู้รับเหมาทำงานไม่เรียบร้อย" หรือ "บ้านสร้างเสร็จแล้วร้าว" ก็อยู่ในกลุ่มนี้

มีจุดที่คนมักเข้าใจผิด และเป็นจุดที่ผู้รับเหมามักหยิบมาสู้กลับ คือ ใครเป็นคนหาของ ถ้าผู้รับเหมาเป็นผู้จัดหาสัมภาระเอง (รับเหมาแบบรวมของ) ความรับผิดในความบกพร่องของวัสดุจะไปใช้กฎเกณฑ์ของสัญญาซื้อขายด้วยตาม มาตรา 595 แต่ถ้าเจ้าของบ้านเป็นคนหาวัสดุมาเองแล้ววัสดุนั้นเป็นต้นเหตุ ผู้รับเหมามีทางอ้างว่าตนไม่ต้องรับผิดในส่วนนั้น เพราะฉะนั้นก่อนจะโต้กัน ให้แยกให้ชัดก่อนว่าความเสียหายเกิดจากฝีมือ จากวัสดุ หรือจากการที่เจ้าของบ้านสั่งแก้แบบระหว่างทาง

สิทธิที่แรงที่สุดของผู้ว่าจ้าง คือจ้างคนอื่นมาแก้แล้วเรียกเงินคืน

มาตรา 594 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ถ้าในระหว่างเวลาที่ทำการอยู่นั้นเป็นวิสัยจะคาดหมายล่วงหน้าได้แน่นอนว่าการที่ทำนั้นจะสำเร็จอย่างบกพร่อง หรือจะเป็นไปในทางอันฝ่าฝืนข้อสัญญาเพราะความผิดของผู้รับจ้างไซร้ ผู้ว่าจ้างจะบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างแก้ไขสิ่งที่บกพร่องให้คืนดี หรือทำการให้เป็นไปตามสัญญาภายในเวลาอันสมควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้นก็ได้ ถ้าและคลาดกำหนดนั้นไป ท่านว่าผู้ว่าจ้างชอบที่จะเอาการนั้นให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมหรือทำต่อไปได้ ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องเสี่ยงความเสียหายและออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น

มาตรา 594 คือมาตราที่ตอบคำถามหลักของบทความนี้โดยตรง เมื่อผู้รับเหมาทำงานไม่ได้มาตรฐานและไม่ยอมมาแก้งาน กฎหมายไม่ได้บังคับให้เจ้าของบ้านต้องนั่งรอผู้รับเหมาคนเดิมไปเรื่อย ๆ แต่ให้สิทธิจ้างช่างรายอื่นมาซ่อมหรือทำต่อ โดยผู้รับเหมาเดิมเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

แต่สิทธินี้มีเงื่อนไขติดมา 2 ข้อที่ห้ามข้าม

  1. ต้องบอกกล่าวให้แก้ก่อน และในคำบอกกล่าวต้องกำหนดเวลาให้ชัดว่าให้แก้ภายในเมื่อไร
  2. ต้องรอให้พ้นกำหนดนั้นก่อน จึงจะเรียกคนอื่นมาทำได้

ถ้าข้ามขั้นตอนบอกกล่าวไปจ้างช่างใหม่เลย ผู้รับเหมาจะสู้ได้ทันทีว่าไม่เคยได้รับโอกาสแก้ไข ซึ่งเป็นข้อต่อสู้ที่ฟังขึ้นในทางปฏิบัติ และสิ่งที่ตามมาคือเจ้าของบ้านต้องแบกค่าซ่อมเองทั้งก้อน

📋 ตัวอย่างจากคำพิพากษาจริง — คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6314/2550

คดีนี้เป็นข้อพิพาทจากงานก่อสร้างที่โครงเหล็กโค้งงอเพราะรับน้ำหนักเกินแบบ ศาลวางประเด็นน่าสนใจไว้ 2 เรื่อง

เรื่องแรก ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายในการแก้ไขออกจากค่าจ้างงวดที่เกี่ยวข้องได้ และแม้ผู้ว่าจ้างจะยังไม่ได้จ้างใครมาแก้ไขจริง ศาลก็กำหนดค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบุคคลภายนอกให้ตามความเหมาะสมได้ แปลว่าไม่จำเป็นต้องควักเงินซ่อมไปก่อนแล้วค่อยฟ้องเสมอไป

เรื่องที่สอง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ว่าจ้างเองเป็นฝ่ายขอเปลี่ยนแบบ ขยายห้องนอนให้กว้างขึ้น และใช้วัสดุผิดจากแบบแปลน ศาลจึงให้ผู้ว่าจ้างมีส่วนร่วมรับผิดในความบกพร่องนั้นด้วย

บทเรียนสำหรับเจ้าของบ้านคือ ทุกครั้งที่สั่งเปลี่ยนแบบหน้างาน ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและให้ผู้รับเหมายืนยันผลกระทบทางโครงสร้าง ไม่ใช่สั่งปากเปล่าแล้วมาเถียงกันทีหลังว่าใครเป็นต้นเหตุ

แยกกรณี งานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานใน 3 จังหวะ ผลต่างกันคนละเรื่อง

สิทธิของเจ้าของบ้านเปลี่ยนไปตามจังหวะที่จับได้ว่างานไม่ได้มาตรฐาน สามจังหวะนี้ต่างกันมาก และเป็นสาเหตุที่คำตอบจากคนรอบตัวมักขัดกันเอง

สิทธิแข็งแรงที่สุด

กรณีที่ 1 งานยังไม่เสร็จ ยังก่อสร้างอยู่

บอกกล่าวให้แก้ตาม มาตรา 594 ได้เต็มที่ ถ้าไม่แก้ตามกำหนดก็จ้างช่างรายอื่นมาทำต่อโดยผู้รับเหมาเดิมออกค่าใช้จ่าย และยังมีเงินค่างวดที่เหลือเป็นเครื่องมือต่อรอง นอกจากนี้ มาตรา 605 ให้ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาได้ตราบใดที่งานยังไม่แล้วเสร็จ แม้ผู้รับเหมาจะไม่ได้ผิดสัญญา แต่ต้องเสียค่าสินไหมทดแทนให้ผู้รับเหมา

ยังเรียกให้รับผิดได้เต็ม

กรณีที่ 2 ส่งมอบงานแล้ว แต่ตอนรับมอบได้ทักท้วงไว้

ไม่เข้าข้อยกเว้นเรื่องรับมอบโดยไม่อิดเอื้อน และยังใช้ มาตรา 599 ยึดหน่วงสินจ้างงวดสุดท้ายไว้ไม่จ่ายจนกว่าจะแก้เสร็จได้ เว้นแต่ผู้รับเหมาจะวางประกันให้ตามสมควร คำว่า "ทักท้วง" ต้องมีร่องรอยเป็นหลักฐาน เช่น บันทึกรายการแก้ไขแนบท้ายใบส่งมอบงาน ข้อความแชทที่ระบุรายการค้าง หรืออีเมลแจ้งจุดบกพร่อง

สิทธิอ่อนที่สุด

กรณีที่ 3 รับมอบงานไปแล้วโดยไม่ทักท้วงอะไรเลย

มาตรา 598 วางหลักว่า ถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับมอบงานที่ชำรุดบกพร่องไปแล้วโดยไม่อิดเอื้อน ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย ผู้รับจ้างก็ไม่ต้องรับผิด แต่มีข้อยกเว้น 2 ข้อ คือความบกพร่องนั้นไม่พึงพบได้ในขณะรับมอบ หรือผู้รับจ้างปิดบังไว้

ในกรณีที่ 3 ความบกพร่องของงานก่อสร้างส่วนใหญ่ที่คนมาปรึกษาทนาย มักตกอยู่ในข้อยกเว้นสองข้อนี้พอดี เพราะเป็นเรื่องที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้าง เช่น เหล็กเสริมไม่ครบตามแบบซึ่งมองไม่เห็นเพราะเทปูนทับไปแล้ว ระบบท่อใต้พื้นรั่วซึ่งกว่าจะรู้ก็ตอนฝ้าเปียก หรือผู้รับเหมาฉาบทับรอยร้าวแล้วทาสีปิด ประเด็นจึงย้ายไปอยู่ที่ว่าพิสูจน์ได้ไหมว่ามองไม่เห็นตอนนั้นจริง ซึ่งต้องอาศัยรายงานวิศวกรเป็นหลัก

ถ้าผู้รับเหมาหายไปเลย ไม่ใช่แค่ทำงานไม่ได้มาตรฐาน กรณีนั้นเป็นคนละเรื่องกัน อ่านต่อได้ที่บทความ ผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำอะไรได้บ้าง ฟ้องเรียกเงินคืนได้ไหม

เทียบ 3 กรณีงานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน พร้อมกรณีเลิกจ้างและส่งมอบช้า
กรณีเงื่อนไขที่เข้าข่ายผลตามกฎหมายมาตราที่เกี่ยวข้อง
งานยังไม่เสร็จยังก่อสร้างอยู่ คาดหมายได้ว่างานจะสำเร็จอย่างบกพร่องบอกกล่าวให้แก้ ถ้าไม่แก้ จ้างคนอื่นทำต่อโดยผู้รับเหมาออกค่าใช้จ่ายมาตรา 594
งานยังไม่เสร็จ แต่อยากเลิกจ้างต้องการยุติสัญญาแม้ผู้รับเหมายังไม่ผิดสัญญาเลิกสัญญาได้ แต่ต้องเสียค่าสินไหมทดแทนให้ผู้รับเหมามาตรา 605
ส่งมอบแล้ว และทักท้วงไว้มีหลักฐานว่าแจ้งจุดบกพร่องตอนรับมอบเรียกให้แก้ได้ และยึดหน่วงค่าจ้างงวดสุดท้ายไว้ได้มาตรา 599
รับมอบแล้ว ไม่ได้ทักท้วงรับงานไปเฉย ๆ ไม่มีร่องรอยการโต้แย้งโดยหลักผู้รับเหมาไม่ต้องรับผิดมาตรา 598
รับมอบแล้ว ไม่ทักท้วง แต่เป็นความบกพร่องที่ซ่อนอยู่มองไม่เห็นในวันรับมอบ หรือผู้รับเหมาปิดบังไว้เข้าข้อยกเว้น ผู้รับเหมายังต้องรับผิดมาตรา 598 (ข้อยกเว้น)
ส่งมอบงานช้ากว่ากำหนดเลยกำหนดในสัญญา หรือเลยเวลาอันควรแก่เหตุลดสินจ้างลงได้ ถ้าเวลาเป็นสาระสำคัญก็เลิกสัญญาได้มาตรา 596

หนังสือบอกกล่าวให้แก้งาน ต้องเขียนอะไรบ้าง

หนังสือบอกกล่าวคือเอกสารที่เปลี่ยนสถานะเรื่องจาก "ทะเลาะกัน" เป็น "ใช้สิทธิตามกฎหมาย" ถ้าจะทำแค่ชิ้นเดียวในเรื่องผู้รับเหมาทำงานไม่ได้มาตรฐาน ให้ทำชิ้นนี้ และทำให้ครบองค์ประกอบ

  • ระบุสัญญาที่อ้างถึง วันที่ทำสัญญา และสถานที่ก่อสร้าง
  • ไล่รายการจุดบกพร่องทีละข้อ ระบุตำแหน่งให้ชัด ไม่ใช่เขียนรวมว่า "งานไม่เรียบร้อย" เพราะรายการที่ไม่ได้ระบุไว้ จะเรียกร้องทีหลังยาก
  • อ้างว่าผิดจากแบบหรือ BOQ ข้อไหน ถ้ามีเอกสารประกอบให้แนบไปด้วย
  • กำหนดเวลาให้แก้ไขให้ชัดเจน เป็นวันที่ ไม่ใช่ "โดยเร็ว" ระยะเวลาต้องสมเหตุสมผลกับปริมาณงาน
  • ระบุผลที่จะตามมาถ้าไม่แก้ภายในกำหนด ว่าจะใช้สิทธิตาม มาตรา 594 จ้างบุคคลภายนอกมาแก้และเรียกค่าใช้จ่ายคืน
  • ส่งแบบที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปตามที่อยู่ในสัญญาคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ส่งทางแชทเพิ่มได้ แต่อย่าใช้แชทอย่างเดียว

สิ่งที่ห้ามทำระหว่างรอ คือรื้อหรือซ่อมจุดที่เป็นปัญหาไปก่อน ให้ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ และถ้าเป็นเรื่องโครงสร้างให้จ้างวิศวกรมาทำรายงานไว้ก่อนแตะต้องอะไร ของกลางที่หายไปแล้วเอากลับมาไม่ได้ และภาระในการพิสูจน์ความเสียหายจะหนักขึ้นทันที

อายุความคดีผู้รับเหมาทำงานไม่ได้มาตรฐาน สั้นกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

หัวข้ออายุความเป็นจุดที่ทำให้คนเสียคดีมากที่สุด เพราะตัวเลขที่เกี่ยวข้องมี 3 ชุด และคนละหน้าที่กัน

ชุดที่ 1 กรอบเวลาที่ผู้รับเหมายังต้องรับผิด ตาม มาตรา 600 ถ้าในสัญญาไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างรับผิดเฉพาะความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏขึ้นภายใน 1 ปีนับแต่วันส่งมอบ หรือภายใน 5 ปีถ้างานนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน (ยกเว้นเรือนโรงที่ทำด้วยเครื่องไม้) ข้อจำกัดนี้ไม่นำมาใช้ถ้าผู้รับจ้างปิดบังความชำรุดบกพร่องไว้

ชุดที่ 2 กำหนดเวลาฟ้อง ตาม มาตรา 601 ห้ามฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้น จุดตั้งต้นไม่ใช่วันส่งมอบบ้าน แต่คือวันที่ความเสียหายโผล่ให้เห็น เช่น บ้านส่งมอบปี 2567 พื้นเริ่มทรุดร้าวเดือนมีนาคม 2569 นาฬิกา 1 ปีเริ่มเดินจากมีนาคม 2569 ไม่ใช่จากปี 2567

ชุดที่ 3 กรณีสัญญากำหนดความรับผิดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าสัญญาจ้างมีข้อประกันผลงานเขียนไว้เอง เช่น รับประกันงาน 2 ปีและระบุว่าผู้รับจ้างต้องเข้าแก้ไขภายในกี่วัน การฟ้องตามข้อสัญญานั้นเป็นการฟ้องตามสัญญา ไม่ใช่การฟ้องเรื่องความชำรุดบกพร่องตาม มาตรา 601 โดยตรง แนวคำพิพากษาศาลฎีกา (เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13619/2553) วางไว้ว่ากรณีเช่นนี้ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตาม มาตรา 193/30

ความต่างระหว่าง 1 ปีกับ 10 ปีจึงขึ้นอยู่กับว่าสัญญาที่เซ็นไว้เขียนเรื่องประกันผลงานไว้อย่างไร ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรเอาสัญญาตัวจริงไปให้ทนายอ่านตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาถามตอนใกล้ครบปี

ข้อควรระวัง

อายุความในเรื่องงานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานตีความยากเป็นรายคดี ขึ้นอยู่กับว่าฟ้องด้วยฐานอะไร ระหว่างความชำรุดบกพร่องกับการผิดสัญญา ถ้าเวลาเริ่มกระชั้น ให้ปรึกษาทนายก่อนที่จะรอดูอาการต่อ

เห็นรอยร้าวหรือรอยรั่วแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกกล่าวผู้รับเหมา

ทักมาเล่าอาการสั้น ๆ พร้อมรูป ให้ทนายช่วยประเมินว่าเรื่องของคุณอยู่ในกรอบอายุความไหน และควรทำหนังสือบอกกล่าวอย่างไรก่อน

ฟ้องผู้รับเหมาทำงานไม่ได้มาตรฐาน ฟ้องเป็นคดีอะไร ที่ศาลไหน

ข้อได้เปรียบที่เจ้าของบ้านหลายคนไม่รู้คือ ข้อพิพาทระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้รับเหมาที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไปเป็นคดีผู้บริโภค ตามแนวคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ (เช่น คำวินิจฉัยที่ 63/2551, 124/2551, 126/2551, 178/2551) ซึ่งเปลี่ยนสภาพการฟ้องไปพอสมควร

  • ยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง สำหรับฝ่ายผู้บริโภคที่เป็นโจทก์ ตาม มาตรา 18 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ไม่ต้องวางค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์เหมือนคดีแพ่งทั่วไป
  • ภาระการพิสูจน์ย้ายไปฝั่งผู้ประกอบธุรกิจ ตาม มาตรา 29 ในประเด็นที่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือการให้บริการซึ่งอยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของผู้รับเหมา เช่น ปริมาณเหล็กหรือส่วนผสมคอนกรีต
  • ฟ้องด้วยวาจาได้ ตาม มาตรา 20 โดยเจ้าพนักงานคดีจะบันทึกรายละเอียดคำฟ้องให้ แล้วให้โจทก์ลงลายมือชื่อ

ฟ้องที่ศาลไหน โดยหลักฟ้องได้ที่ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือศาลที่มูลคดีเกิด ซึ่งในงานก่อสร้างคือที่ตั้งของสถานที่ก่อสร้าง สำหรับคนโคราช ถ้าบ้านอยู่อำเภอเมืองนครราชสีมาหรืออำเภอโดยรอบ จะเป็นศาลจังหวัดนครราชสีมา หรือศาลแขวงนครราชสีมาถ้าทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนบ้านที่อยู่ปากช่อง สีคิ้ว สูงเนิน ด่านขุนทด หรือเทพารักษ์ จะเป็นศาลจังหวัดสีคิ้ว โดยคดีที่มูลคดีเกิดในอำเภอปากช่องพิจารณาที่ปากช่อง ดูพื้นที่ให้บริการได้ที่หน้า พื้นที่บริการ

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ เมื่อผู้รับเหมาผิดสัญญา เจ้าของบ้านต้องเลือกทางเดินทางใดทางหนึ่ง ระหว่างการขอให้บังคับตามสัญญาและเรียกค่าเสียหาย กับการใช้สิทธิเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย จะเลือกทั้งสองทางพร้อมกันไม่ได้ เพราะสองทางนี้มุ่งผลตรงข้ามกัน การตั้งคำขอผิดตั้งแต่ต้นทำให้เสียรูปคดี จุดนี้ควรให้ทนายวางก่อนยื่นฟ้อง

ช่องทางอื่นนอกจากฟ้องศาล และข้อจำกัดของแต่ละช่องทาง

ไม่ใช่ทุกเรื่องต้องขึ้นศาล แต่ต้องเข้าใจว่าแต่ละช่องทางทำอะไรได้จริงแค่ไหน

ร้องเรียน สคบ. ใช้ได้เมื่อเข้าลักษณะข้อพิพาทผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ กระบวนการเน้นการไกล่เกลี่ย ไม่มีค่าใช้จ่ายและกดดันผู้รับเหมาที่ยังทำธุรกิจอยู่ได้พอสมควร ข้อจำกัดคือไม่มีอำนาจบังคับให้ผู้รับเหมาจ่ายเงินเหมือนคำพิพากษา ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมไกล่เกลี่ยก็จบลงที่ต้องฟ้องอยู่ดี

ลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เป็นคำที่คนค้นหากันเยอะในเรื่องผู้รับเหมา ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า การลงบันทึกประจำวันเป็นเพียงการบันทึกเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานว่ามีเรื่องเกิดขึ้นในวันไหน ไม่ใช่การแจ้งความดำเนินคดี และไม่ทำให้ตำรวจมีอำนาจไปเรียกเงินคืนให้ เพราะงานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานโดยตัวมันเองเป็นข้อพิพาททางแพ่ง ประโยชน์ของมันคือใช้ยืนยันไทม์ไลน์ในชั้นศาลได้ ซึ่งก็มีค่าอยู่ แต่อย่าคาดหวังเกินกว่านั้น

แจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นกรณีสร้างผิดแบบที่ขออนุญาต ถ้างานที่ทำผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งระงับ สั่งให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรือสั่งรื้อถอนได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 และ มาตรา 41 แต่ต้องระวังให้มาก เพราะคำสั่งเหล่านั้นออกถึงเจ้าของอาคารเป็นหลัก ไม่ใช่ผู้รับเหมา การเดินช่องทางนี้อาจย้อนกลับมาเป็นภาระของเจ้าของบ้านเอง ควรปรึกษาก่อนใช้

แจ้งความอาญาฐานฉ้อโกง ทำได้เฉพาะเมื่อมีข้อเท็จจริงว่าผู้รับเหมาหลอกลวงมาตั้งแต่ต้นเพื่อให้ได้เงินไป เช่น รับเงินมัดจำหลายหลังพร้อมกันโดยไม่เคยตั้งใจจะทำงาน การทำงานไม่ได้มาตรฐานหรือฝีมือแย่ ไม่เท่ากับฉ้อโกงโดยอัตโนมัติ

เอกสารและหลักฐานที่ต้องเตรียมในคดีงานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน

คดีก่อสร้างเป็นคดีที่แพ้ชนะกันด้วยเอกสารมากกว่าคำพูด รวบรวมให้ครบตั้งแต่ก่อนเรื่องบานปลาย

กลุ่มที่ 1 เอกสารสัญญาและราคา

  • สัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง หรือใบเสนอราคาที่ตกลงกัน
  • แบบก่อสร้างและรายการประกอบแบบ
  • BOQ หรือรายการวัสดุและปริมาณงาน
  • ตารางงวดงานและเงื่อนไขการจ่ายเงินแต่ละงวด
  • ข้อตกลงเปลี่ยนแบบระหว่างทาง ถ้ามี

กลุ่มที่ 2 หลักฐานการจ่ายเงิน

  • สลิปโอนเงินทุกงวด พร้อมวันเวลา
  • ใบเสร็จหรือใบรับเงินจากผู้รับเหมา
  • ถ้าจ่ายเงินสด ให้หาหลักฐานประกอบ เช่น รายการถอนเงินและข้อความยืนยันการรับเงิน

กลุ่มที่ 3 หลักฐานความเสียหาย

  • ภาพถ่ายและวิดีโอทุกจุดที่บกพร่อง ถ่ายให้เห็นทั้งภาพรวมและภาพใกล้ พร้อมวันที่
  • รายงานวิศวกรหรือผู้ตรวจบ้าน เป็นชิ้นที่มีน้ำหนักที่สุดในคดีโครงสร้าง ควรจ้างก่อนแก้ไขอะไร
  • ใบเสนอราคาค่าซ่อมจากผู้รับเหมารายอื่นอย่างน้อย 2 ราย ใช้ยืนยันตัวเลขความเสียหาย

กลุ่มที่ 4 หลักฐานการติดตาม

  • แชทและข้อความทั้งหมดที่แจ้งให้เข้ามาแก้ ให้เก็บทั้งเธรด ไม่ใช่แคปเฉพาะบางข้อความ
  • หนังสือบอกกล่าวและใบตอบรับไปรษณีย์
  • บันทึกการประชุมหน้างาน ถ้ามี

หลักการเก็บหลักฐานให้ใช้ได้จริงในชั้นศาล มีรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ ยืมเงินแล้วไม่คืน ฟ้องได้ไหม ต้องมีหลักฐานอะไร

เตรียมตัวก่อนปรึกษาทนายเรื่องผู้รับเหมาทำงานไม่ได้มาตรฐาน

การปรึกษาจะเร็วและได้คำตอบชัดขึ้นมาก ถ้าเตรียมสี่อย่างนี้ไปพร้อมกัน

  1. ไทม์ไลน์หนึ่งหน้า เขียนเป็นข้อ ๆ ว่าเซ็นสัญญาวันไหน เริ่มงานวันไหน จ่ายเงินงวดไหนวันไหน เริ่มเห็นปัญหาวันไหน แจ้งครั้งแรกวันไหน วันที่เห็นปัญหาครั้งแรกสำคัญที่สุด เพราะเป็นจุดตั้งต้นของอายุความตาม มาตรา 601
  2. สัญญาตัวจริง โดยเฉพาะข้อประกันผลงาน เพราะเป็นตัวชี้ว่าคดีจะอยู่ในกรอบ 1 ปี หรือ 10 ปี
  3. รายการจุดบกพร่องที่แยกเป็นข้อแล้ว พร้อมรูปประกอบแต่ละข้อ อย่ารวมทุกอย่างเป็นก้อนเดียวว่า "งานห่วย"
  4. คำตอบว่าตกลงรับมอบงานไปหรือยัง และถ้ารับไปแล้ว มีการทักท้วงไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ คำตอบข้อนี้เปลี่ยนรูปคดีทั้งคดี ตามที่อธิบายไว้ในหัวข้อแยกกรณี 3 จังหวะ

ดูขอบเขตงานที่สำนักงานรับได้ที่ บริการที่เกี่ยวข้อง

สรุป

เมื่อผู้รับเหมาทำงานไม่ได้มาตรฐานและไม่ยอมกลับมาแก้ กฎหมายให้เครื่องมือไว้ครบ แต่เครื่องมือทุกชิ้นผูกกับลำดับขั้นตอน จุดเริ่มคือหนังสือบอกกล่าวที่ระบุจุดบกพร่องเป็นข้อ ๆ และกำหนดเวลาให้แก้ เมื่อพ้นกำหนดแล้วยังไม่แก้ ผู้ว่าจ้างจึงมีสิทธิจ้างช่างรายอื่นมาทำแทนโดยผู้รับเหมาเดิมออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นตาม มาตรา 594 การข้ามขั้นตอนนี้ไปทุบแก้เองก่อน คือสาเหตุที่ทำให้เจ้าของบ้านเสียสิทธิมากที่สุด

จังหวะที่จับได้ว่างานบกพร่องเป็นตัวกำหนดว่าสิทธิเหลือแค่ไหน ระหว่างงานยังไม่เสร็จสิทธิแข็งแรงที่สุด ส่งมอบแล้วแต่ทักท้วงไว้ยังยึดหน่วงค่าจ้างได้ตาม มาตรา 599 ส่วนการรับมอบไปเฉย ๆ โดยไม่ทักท้วงทำให้ผู้รับเหมาหลุดความรับผิดตาม มาตรา 598 เว้นแต่เป็นความบกพร่องที่มองไม่เห็นตอนรับมอบหรือถูกปิดบังไว้ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่คดีก่อสร้างส่วนใหญ่อาศัยอยู่

เรื่องที่ควรรีบที่สุดคืออายุความ มาตรา 601 ห้ามฟ้องผู้รับจ้างเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏขึ้น ขณะที่ มาตรา 600 จำกัดกรอบความรับผิดไว้ที่ 1 ปีนับแต่ส่งมอบ หรือ 5 ปีสำหรับสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน ถ้าเห็นรอยร้าวหรือรอยรั่วแล้วรอดูอาการไปเรื่อย ๆ สิทธิอาจหมดก่อนที่จะได้เริ่มเจรจาด้วยซ้ำ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้รับเหมาทำงานไม่ได้มาตรฐาน เราหักเงินงวดสุดท้ายไว้ก่อนได้ไหม

ได้ มาตรา 599 ให้สิทธิผู้ว่าจ้างยึดหน่วงสินจ้างไว้ได้เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าหรือส่งมอบงานที่ชำรุดบกพร่อง เว้นแต่ผู้รับจ้างจะวางประกันให้ตามสมควร แต่ควรทำหนังสือแจ้งเหตุผลการยึดหน่วงพร้อมรายการจุดบกพร่องไว้ด้วย ไม่ใช่เงียบแล้วไม่จ่าย เพราะการไม่จ่ายโดยไม่แจ้งเหตุอาจถูกอ้างกลับว่าผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง

จ้างช่างคนอื่นมาแก้เองแล้วเรียกเงินคืนจากผู้รับเหมาเดิมได้ไหม

ได้ ตาม มาตรา 594 แต่ต้องบอกกล่าวให้ผู้รับเหมาเดิมแก้ไขภายในเวลาที่กำหนดก่อน และรอให้พ้นกำหนดนั้นไปแล้วผู้รับเหมายังไม่แก้ จึงจะให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมได้โดยผู้รับเหมาเดิมต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ถ้าจ้างคนใหม่มาทุบแก้ทันทีโดยไม่เคยบอกกล่าว จะเสียเปรียบมากในชั้นศาล เพราะพิสูจน์สภาพความเสียหายเดิมไม่ได้แล้ว

รับมอบบ้านไปแล้วหลายเดือน เพิ่งมาเห็นว่าผนังร้าวและพื้นทรุด ยังฟ้องได้ไหม

ยังฟ้องได้ ถ้าเป็นความชำรุดบกพร่องที่ไม่พึงพบได้ในขณะรับมอบ หรือผู้รับเหมาปิดบังไว้ ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของ มาตรา 598 และงานที่เป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน ผู้รับจ้างรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏขึ้นภายใน 5 ปีนับแต่ส่งมอบตาม มาตรา 600 แต่ต้องระวัง มาตรา 601 ที่ห้ามฟ้องเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏขึ้น จึงควรเริ่มปรึกษาทันทีที่เห็นรอย ไม่ใช่รอดูว่าจะร้าวเพิ่มอีกไหม

ไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร คุยกันปากเปล่าและโอนเงินทางแอป ฟ้องได้ไหม

ฟ้องได้ สัญญาจ้างทำของไม่ได้มีกฎหมายบังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือหรือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ และเมื่อเป็นคดีผู้บริโภค ผู้บริโภคยังฟ้องบังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจชำระหนี้ได้แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 สิ่งที่ต้องเตรียมแทนคือหลักฐานอื่นที่แสดงข้อตกลงและการชำระเงิน เช่น สลิปโอน แชทที่ตกลงราคาและขอบเขตงาน และใบเสนอราคา

ฟ้องผู้รับเหมาต้องเสียค่าขึ้นศาลเท่าไร

ถ้าเป็นคดีผู้บริโภคและผู้ว่าจ้างเป็นโจทก์ จะได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงตาม มาตรา 18 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ซึ่งต่างจากคดีแพ่งทั่วไปที่ต้องวางค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ แต่การยกเว้นนี้ไม่รวมถึงความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นที่สุด และถ้าศาลเห็นว่าฟ้องโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือเรียกค่าเสียหายเกินสมควร ศาลสั่งให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ยกเว้นไว้ได้ ส่วนค่าทนายความเป็นคนละส่วนกับค่าธรรมเนียมศาล

ผู้รับเหมาสู้กลับว่าเราเป็นคนสั่งเปลี่ยนแบบเอง ทำอย่างไร

ข้อต่อสู้นี้ใช้ได้จริงและศาลเคยรับฟัง ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6314/2550 ศาลให้ผู้ว่าจ้างที่ขอเปลี่ยนแบบและใช้วัสดุผิดจากแบบแปลนมีส่วนร่วมรับผิดในความบกพร่องด้วย ทางแก้คือแยกให้ชัดว่าจุดบกพร่องข้อไหนเกี่ยวกับส่วนที่สั่งเปลี่ยน และข้อไหนไม่เกี่ยวเลย เพราะส่วนที่ไม่เกี่ยวยังเรียกร้องได้เต็ม และในคดีผู้บริโภค ภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางเทคนิคที่อยู่ในความรู้เห็นของผู้รับเหมาตกอยู่กับผู้รับเหมาตาม มาตรา 29 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

งานก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ปรึกษาทนายความที่ Sarocha Law

ไม่ว่าจะยังไม่ได้ทำหนังสือบอกกล่าว กำลังลังเลว่าจะจ้างช่างมาแก้เอง หรืออยากรู้ว่าเรื่องยังอยู่ในอายุความไหม ทนายความจาก Sarocha Law พร้อมตรวจไทม์ไลน์ ประเมินสิทธิที่เรียกได้จริง และวางลำดับขั้นตอนที่ทำให้คุณไม่กลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง

บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะคดี ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ถ้อยคำในสัญญา และพยานหลักฐานที่มี ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

แหล่งอ้างอิงทางกฎหมาย: